หากมองว่า ความพิการเป็นอุปสรรค อุปสรรค ที่เผชิญอยู่ ก็คือความไม่สะดวกสบาย ไม่คล่องแคล่วว่องไว กว่า ความปกติ แน่นอน จากชีวิตทีีแปรผันจากคนที่มีร่างกายปกติ มาสู่ บทบาทใหม่ นั้น คือ คนพิการ อุปสรรค ที่ได้รับ คือ กายอุุปกรณ์ไม่อำนวย ก็เท่านั้น
ส่วนปัญหาอื่น ๆ ที่พบจากดำรงชีวิต ก็ไม่แตกต่าง จาก คนอื่นท้่วไปสักเท่าไร
ดิ้นรนเหมือนกัน เหนื่อยเหมือนกัน ทำงานเหมือนกัน มีบทบาทหน้าที่ คล้ายๆ กัน ทั้งนั้้น
แต่จะไม่เหมือนกันตรงที่ว่า ใคร จะเริ่ม หรือ จะเลิก ที่จะคิด ที่จะทำอะไรต่อไปเท่านั้นเอง
ส่วนตัว ก็คิดแต่ไม่คาดหวัง มากมาย นัก คิดตอนนี้มีเพียงว่า ในแต่ละวัน เราเผชิญกับอะไร
คิดและแก้ไขมันไปได้อย่างไร มีความผิดพลาด บกพร่องใดบ้าง ที่ต้องแก้ไข ไตร่ตรองปรับปรุงกันไป
ไม่ดี ถ้าเริ่มต้นใหม่ ก็ให้โอกาสตัวเองที่จะแก้ไข พยายามอย่าแก้ตัวให้มากจนเห็นแก่ตัวจนเกินไป
รักครอบครัวให้มาก ทำหน้าที่สมาชิกในครอบครัวให้ดีกว่าที่เป็น ใส่ใจคนใกล้ตัวให้มากกว่าเดิม
คนไกลตัว ที่ไม่ใช่ครอบครัว ก็เอาใจเขามาใส่ใจเราบ้าง เห็นใจกันบ้าง มองส่วนดีของคนอื่นให้มาก
แล้ว ก็ก้าวต่อไปเรื่อยๆ อย่าวาดฝันอนาคต เหมือนคนกินลมกินแล้ง
เพราะทุกวัน ก็มีอุปสรรค ประจำวันของมันอยู่แล้ว อย่าเอา ปัญหาอื่น ที่คิดเพ้อเจ้อ มาสร้างปัญหาให้หัวใจตัวเองว้าวุ่นอีกเลยจะดีกว่า ปล่อยไปบ้าง วางไว้บ้างก็ดี
วันนี้ คิดได้แค่นี้ แหละ นะเรา
พรุ่งนี้ ก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของพรุ่งนี้เถอะ
10 ธันวาคม 2553
06 ธันวาคม 2553
ขาเทียมข้างละแสน
แสนแพง แสนดี แสนไกล เกินเอื้อม
แสนเก่ง แสนเจ๋ง แต่เซ็ง จะหาเงินไหน
แสน จะแพง แสนจะดี แสนจะเจ๋ง
แต่ไม่เฮงเกิดมาจน ไม่มีเงินก้อนมาซื้อมัน
กะขาเทียมข้างละแสน แสนเป็นไปได้ยาก ที่จะเอื้อมมา เป็นขาเรา
เฮ้อออออออออออออออออออออออออออ เศร้าาาาาาาาาาาาาาาาาาา
otto
แสนเก่ง แสนเจ๋ง แต่เซ็ง จะหาเงินไหน
แสน จะแพง แสนจะดี แสนจะเจ๋ง
แต่ไม่เฮงเกิดมาจน ไม่มีเงินก้อนมาซื้อมัน
กะขาเทียมข้างละแสน แสนเป็นไปได้ยาก ที่จะเอื้อมมา เป็นขาเรา
เฮ้อออออออออออออออออออออออออออ เศร้าาาาาาาาาาาาาาาาาาา
otto
05 พฤศจิกายน 2553
จาก พระดำรัสของพระเจ้า "จงมองส่วนดีของเขาเสมอ และ ไม่จดจำความผิดของผู้อื่น"
วานนี้ วันศุกร์ที่ 5 พ.ย. 53 ปอยได้รับบทเรียน ชีวิตอีกครั้ง ในการเผชิญกับปัญหา (ที่ไม่คิดว่า มันจะเป็นเรื่อง)จริงไม่อยากเท้าความถึง แต่มีประโยคหนึ่ง ก้องอยู่ในใจว่า "จงให้อภัย และไม่จดจำความผิดของผู้อื่น" และประโยคสุดท้าย "จงมองส่วนดีของผู้อื่นและคิดว่าผู้อื่นดีกว่าตนเสมอ"
พระดำรัสของพระเจ้า ที่ให้ปลอบประโลมจิตใจ หัวใจอันแสนหยาบกร้าน ให้เนียนนุ่มขึ้นเยอะทีเดียว
ที่ปอยรู้สึกอย่างนั้น เพราะว่า ถ้าเป็นเมื่อก่อน ปอยคง เสียใจ โกรธ มากมายกว่านี้ ใจปอยคงแย่กว่านี้แน่ๆ
ก่อนจะนอน ปอยก็คิดได้อีกว่า พระเจ้าตรัสว่า อย่าโกรธอะไรให้ใคร จนเลยตะวันขึ้นอีกวัน และนี้ก็เช้าวันใหม่
ในคำอธิษฐาน ตามแบบที่พระเจ้าสอนว่า " ข้าแต่พระบิดาแห่งข้าพระองค์ทั้งหลายที่ทรงสถิตในสวรรค์ ขอให้พระนามของพระองค์เป็นที่เคารพสักการะ ขอให้แผ่นดินของพระองค์มาตั้งอยู่ ขอให้เป็นไปตามพระทัยของพระองค์ในสวรรรค์เป็นอย่างไร ขอให้เป็นอย่างนั้นในแผ่นดินโลก ขอทรงโปรดประทานอาหารประจำวันแก่ข้าพระองค์ทั้งหลาย และทรงโปรดยกบาปผิดของข้าพระองค์ เหมือนอย่างที่ข้าพระองค์ได้ยกโทษผู้ที่ทำผิดต่อข้าพระองค์นั้น ขอโปรดอย่านำข้าพระองค์เข้าไปในการทดลองแต่ขอให้พ้นจากซึ่งชั่วร้ายเหตุว่าราชอำนาจ ฤทธิ์เดชเป็นของพระองค์สืบๆ ไปเป็นนิตย์ อาเมน"
ปอยคิดว่าสิ่งที่พระเจ้าต้องการให้เกิดกับเราท่ี่สุด คือ "สันติสุข"
แล้วสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิตประจำวัน ก็คือ อาหาร
และสิ่งที่เราต้องยึดมั่นในการดำรงชีวิตอยู่กับผู้อื่น ให้อภัย
นี่แหละ อีกสิ่งที่พระเจ้าประทาน แล้ว ใจปอยเพิ่งตระหนัก และคิดได้ ยิ่งเราติดสนิทกับพระเจ้ามากเท่าไร รักพระองค์ด้วยสุดจิตสุดใจ เฝ้าเดี่ยวด้วยใจสัตย์ซื่อ และ ไม่หลงไปกับทางของโลก ทุกอย่างก้าวของเราก็จะมีพระองค์ทรงเคียงข้าง พระเจ้าสถิตอยู่ในเรา แต่จิตวิญญาณของเราจะเติบโตหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับว่าเราสัตย์ และมั่นคงกับพระองค์เพียงใด ความเชื่อที่ตั้งอยู่บนศิลา ก็ เจริญยิ่งกว่า ความเชื่อที่ตั้งอยู่บนหาดทราย และ ใจหวั่นไหว พัดไปมา ตามมรสุมชีวิต ....................เมื่อเราก็ตามที่เรา หลงลืมพระเจ้า จิตใจเราก็จะหลงไปในความมืด ขอให้ความสว่าง อยู่กับท่านเสมอไป ............อธิษฐานในพระนามพระเยซูคริสต์เจ้า เอเมน
พระดำรัสของพระเจ้า ที่ให้ปลอบประโลมจิตใจ หัวใจอันแสนหยาบกร้าน ให้เนียนนุ่มขึ้นเยอะทีเดียว
ที่ปอยรู้สึกอย่างนั้น เพราะว่า ถ้าเป็นเมื่อก่อน ปอยคง เสียใจ โกรธ มากมายกว่านี้ ใจปอยคงแย่กว่านี้แน่ๆ
ก่อนจะนอน ปอยก็คิดได้อีกว่า พระเจ้าตรัสว่า อย่าโกรธอะไรให้ใคร จนเลยตะวันขึ้นอีกวัน และนี้ก็เช้าวันใหม่
ในคำอธิษฐาน ตามแบบที่พระเจ้าสอนว่า " ข้าแต่พระบิดาแห่งข้าพระองค์ทั้งหลายที่ทรงสถิตในสวรรค์ ขอให้พระนามของพระองค์เป็นที่เคารพสักการะ ขอให้แผ่นดินของพระองค์มาตั้งอยู่ ขอให้เป็นไปตามพระทัยของพระองค์ในสวรรรค์เป็นอย่างไร ขอให้เป็นอย่างนั้นในแผ่นดินโลก ขอทรงโปรดประทานอาหารประจำวันแก่ข้าพระองค์ทั้งหลาย และทรงโปรดยกบาปผิดของข้าพระองค์ เหมือนอย่างที่ข้าพระองค์ได้ยกโทษผู้ที่ทำผิดต่อข้าพระองค์นั้น ขอโปรดอย่านำข้าพระองค์เข้าไปในการทดลองแต่ขอให้พ้นจากซึ่งชั่วร้ายเหตุว่าราชอำนาจ ฤทธิ์เดชเป็นของพระองค์สืบๆ ไปเป็นนิตย์ อาเมน"
ปอยคิดว่าสิ่งที่พระเจ้าต้องการให้เกิดกับเราท่ี่สุด คือ "สันติสุข"
แล้วสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิตประจำวัน ก็คือ อาหาร
และสิ่งที่เราต้องยึดมั่นในการดำรงชีวิตอยู่กับผู้อื่น ให้อภัย
นี่แหละ อีกสิ่งที่พระเจ้าประทาน แล้ว ใจปอยเพิ่งตระหนัก และคิดได้ ยิ่งเราติดสนิทกับพระเจ้ามากเท่าไร รักพระองค์ด้วยสุดจิตสุดใจ เฝ้าเดี่ยวด้วยใจสัตย์ซื่อ และ ไม่หลงไปกับทางของโลก ทุกอย่างก้าวของเราก็จะมีพระองค์ทรงเคียงข้าง พระเจ้าสถิตอยู่ในเรา แต่จิตวิญญาณของเราจะเติบโตหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับว่าเราสัตย์ และมั่นคงกับพระองค์เพียงใด ความเชื่อที่ตั้งอยู่บนศิลา ก็ เจริญยิ่งกว่า ความเชื่อที่ตั้งอยู่บนหาดทราย และ ใจหวั่นไหว พัดไปมา ตามมรสุมชีวิต ....................เมื่อเราก็ตามที่เรา หลงลืมพระเจ้า จิตใจเราก็จะหลงไปในความมืด ขอให้ความสว่าง อยู่กับท่านเสมอไป ............อธิษฐานในพระนามพระเยซูคริสต์เจ้า เอเมน
13 กรกฎาคม 2553
ดิ แอร์พอร์ท กรีนเนอรี่ เป็นอาคารที่ได้รับโล่ห์รางวัล จากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน
ดิ แอร์พอร์ท กรีนเนอรี่ กรีนเซอร์วิส อพาร์ทเม้นท์
เป็นอาคารที่ได้รับโล่ห์รางวัล จากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน
เพราะ ดิ แอร์พอร์ท กรีนเนอรี่ สร้าง ขึ้นด้วยเจตนาอันดี ที่จะให้แขกผู้พัก และพนักงานทุกคน
เป็นส่วนหนึ่งในการลดภาวะโลกร้อนร่วมกัน
และเป็นองค์กร ที่มีนโยบายในการให้โอกาส คนพิการได้เข้าทำงานด้วย
คำบอกเล่า "ปอยจำวันที่ เข้าสัมภาษณ์งานที่บริษัทฯ ได้
วันนั้นปอย ถามกรรมการบริษัทฯ ถึงทัศนคติ ที่มีต่อคนพิการ
ท่านกล่าวว่า" คนพิการ มีความอดทน และความพยายามสูงกว่าคนปกติ "
เป็นทัศนคติที่ดีมาก สำหรับคนพิการ เพราะน้อยนัก จะได้ยินอย่างนี้
20 กุมภาพันธ์ 2553
เย้! เรียนจบแล้ววววววววววว
"Hello> ปี๋อ้วนก๋า น้องปอยหนา ปี่อ้วน ถ่ายฮูปฮับปริญญา 1 นิ้ว ล่ะก๋า"
" ถ่ายแล้วเจ้าน้องปอย"
" ปี่ซื้อชุดถ่าย ตั้งแต่ ปี 49 ล่ะ "
"ก๋า ปี๋อ้วน"
"น้องปอยซื้อต่อปีก้อได้หรอ บะท่าไปตัดใหม่"
"ปี่อ้วน อู้ซื่อ น้องปอย บ่อไข้มีสะตาง หนา กะจะไปถ่ายตี่ร้านถ่ายฮูป ตี่ไหนดี"
"ยืมของปี๋ก็ได้"
"แต๋ก๋า อั๊นยืมเนอะ"
"เจ้า ได้กะ ได้กะ"
"อั๊น ประมาณ วันตี่ 16 ปี๋เอาไปฮื่อ ตั๋วเน้อ"
"เจ้า"
หลายวันต่อมา...........
"น้องปอย ปี่อยู่สยามทีวี กะเดียวไปหาเน้อ"
และแล้ว ปี๋อ้วนคนงามก็มากับฮันนี่ (หวานใจ สามีชาวเยอรมัน)
"ปี๋อ้วนเจ้า ขอบคุณ ล่ะ จะได้จะหาโอกาส คืนฮือ เน้อ เจ้า"
"เจ้าๆ บ่อเป็นยัง อั๋นปี๋ไปเน้อ จะไปริมปิงต่อ"
พอบอกทางกันเสร็จ ร่ำลากันเรียบร้อย ตกเย็นก็หอบชุดครุยกลับบ้าน
วันถัดมา .....
ไปถ่ายแถวหนองหอย จ่ายไป 140 ค่ารูป 1 นิ้ว 120 กับsave file 20 บาท
และแล้วก็ได้รูปมาอย่างที่จะได้เห็นต่อไปนี้..............
" ถ่ายแล้วเจ้าน้องปอย"
" ปี่ซื้อชุดถ่าย ตั้งแต่ ปี 49 ล่ะ "
"ก๋า ปี๋อ้วน"
"น้องปอยซื้อต่อปีก้อได้หรอ บะท่าไปตัดใหม่"
"ปี่อ้วน อู้ซื่อ น้องปอย บ่อไข้มีสะตาง หนา กะจะไปถ่ายตี่ร้านถ่ายฮูป ตี่ไหนดี"
"ยืมของปี๋ก็ได้"
"แต๋ก๋า อั๊นยืมเนอะ"
"เจ้า ได้กะ ได้กะ"
"อั๊น ประมาณ วันตี่ 16 ปี๋เอาไปฮื่อ ตั๋วเน้อ"
"เจ้า"
หลายวันต่อมา...........
"น้องปอย ปี่อยู่สยามทีวี กะเดียวไปหาเน้อ"
และแล้ว ปี๋อ้วนคนงามก็มากับฮันนี่ (หวานใจ สามีชาวเยอรมัน)
"ปี๋อ้วนเจ้า ขอบคุณ ล่ะ จะได้จะหาโอกาส คืนฮือ เน้อ เจ้า"
"เจ้าๆ บ่อเป็นยัง อั๋นปี๋ไปเน้อ จะไปริมปิงต่อ"
พอบอกทางกันเสร็จ ร่ำลากันเรียบร้อย ตกเย็นก็หอบชุดครุยกลับบ้าน
วันถัดมา .....
ไปถ่ายแถวหนองหอย จ่ายไป 140 ค่ารูป 1 นิ้ว 120 กับsave file 20 บาท
และแล้วก็ได้รูปมาอย่างที่จะได้เห็นต่อไปนี้..............
เพราะนั้นคู่กัน อิอิ (ใครงามกว่ากัน สรุปว่า พอพอกัน เน้อเจ้า)
ต้องขอขอบพระคุณ พี่ศรีจิต(พี่อ้วน) ที่กรุณาให้ยืมชุดครุยนะคะ
และดีใจที่เราได้อยู่รุ่นเดียวกันนะคะ
พวกเราเหล่านิเทศเขียวทอง
จะไม่ทิ้งกัน
และจะสร้างสรรค์สังคม
ให้เจริญวัฒนา
ต่อไป
19 กุมภาพันธ์ 2553
วันครบรอบแต่งงาน ปีที่ 4
เช้า วานนี้ หลังจาก ไปส่ง เจแปน(ลูกชาย)ที่โรงเรียนแล้ว ก็มีประโยคขอร้อง ออกมาจากปากสามี ดิฉันเองค่ะ ว่า
เอ่อ ... My shy but I say.
“ขอหอมหน่อย” สามี
“ทำไมหรอ วันนี้ เค้าสวยใช่ม๊า” ปอยผู้หลงตัวเอง อิอิ
“เปล่า” (จะบอกว่า ที่อยากหอมไม่ใช่เพราะ ภรรยาสวย หึ ตีความหมายได้อย่างนี้ กับคำว่าเปล่า)
“วันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงาน 4 ปีของเรา” สามีทำหน้าลังถึงซะไม่มี (ซึ้งอ่ะซึ้ง)
“ว้าย จริงด้วย วันนี้วันที่ 18 แฮะ แฮ่ ลืมไป”, “ม่ะ ขอหอมมั้ง” อ่ะนะ
เอ่อ ... My shy but I say.
“ขอหอมหน่อย” สามี
“ทำไมหรอ วันนี้ เค้าสวยใช่ม๊า” ปอยผู้หลงตัวเอง อิอิ
“เปล่า” (จะบอกว่า ที่อยากหอมไม่ใช่เพราะ ภรรยาสวย หึ ตีความหมายได้อย่างนี้ กับคำว่าเปล่า)
“วันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงาน 4 ปีของเรา” สามีทำหน้าลังถึงซะไม่มี (ซึ้งอ่ะซึ้ง)
“ว้าย จริงด้วย วันนี้วันที่ 18 แฮะ แฮ่ ลืมไป”, “ม่ะ ขอหอมมั้ง” อ่ะนะ
17 กุมภาพันธ์ 2553
“เรามา Defragment หัวใจ ของเราหน่อยดีไหมค่ะ”
จะสังเกตว่า บทความหลายบทความที่อยู่ในบล็อกนี้ จะกล่าวถึง “อดีต” พูดถึง “เมื่อก่อน” กล่าวถึง “ปัจจุบัน” พูดถึง “ตอนนี้” บ่อยมากๆ มันมีเหตุผลในตัวของมันเอง บทความที่ปอยเขียน ทุกบทความ เป็นเจตนาที่จะเขียน ทบทวนตัวเอง ทบทวนความคิด เป็นการทดความรู้สึก เป็นการบวกเพิ่ม และตัดออก ของความคิด ในแต่ละช่วงเวลา และการทบทวนตัวเองเหล่านี้ มักจะเป็น ยามราตรี มากกว่าเวลา กลางวัน
เพราะกลางวัน มันสาระวนอยู่กับงานที่ทำ คิวปัญหาที่ต้องจัดการ และแก้ไข จึงไม่มีสติมากพอที่จะพินิจพิจารณา วิเคราะห์ตัวเองได้มากมายนัก
คนอื่น ปอยไม่รู้ และ ก็คงเป็นเรื่องยากที่จะทำความเข้าใจคนอื่นได้
รู้แต่ว่า ตัวเอง ต้องทบทวนตัวเองทุกวัน เพื่อเป็นการ Defragment ตัวเองทุกวัน
เพราะวันๆ นึง ในสมองเราคิด จิตใจเราประมวลค่า ความรู้สึกของตัวเอง มากมาย
แต่ไม่ค่อย ได้จัดระเบียบ หัวใจ ตัวเองเท่าไร
“เรามา Defragment หัวใจ ของเราหน่อยดีไหมค่ะ”
ในระหว่างที่ Defragment หัวใจ เราก็ สแกน ไวรัส หัวใจบ้าง คัดแยกขยะในใจบ้าง สลับกันไป
เวลา Defragment จะได้ไม่นานไม่เปลืองพลังงานและเวลามากมาย
“จะได้รู้ว่า จริงๆ แล้ว ขยะในใจ เรา มีมากน้อยแค่ไหนไง”
จัดระเบียบหัวใจ แล้วจิตใจจะได้สวยงาม ไม่รกเกินไป จะได้ปลอดโปร่ง โล่ง สบ๊าย สบาย ใจ
เพราะกลางวัน มันสาระวนอยู่กับงานที่ทำ คิวปัญหาที่ต้องจัดการ และแก้ไข จึงไม่มีสติมากพอที่จะพินิจพิจารณา วิเคราะห์ตัวเองได้มากมายนัก
คนอื่น ปอยไม่รู้ และ ก็คงเป็นเรื่องยากที่จะทำความเข้าใจคนอื่นได้
รู้แต่ว่า ตัวเอง ต้องทบทวนตัวเองทุกวัน เพื่อเป็นการ Defragment ตัวเองทุกวัน
เพราะวันๆ นึง ในสมองเราคิด จิตใจเราประมวลค่า ความรู้สึกของตัวเอง มากมาย
แต่ไม่ค่อย ได้จัดระเบียบ หัวใจ ตัวเองเท่าไร
“เรามา Defragment หัวใจ ของเราหน่อยดีไหมค่ะ”
ในระหว่างที่ Defragment หัวใจ เราก็ สแกน ไวรัส หัวใจบ้าง คัดแยกขยะในใจบ้าง สลับกันไป
เวลา Defragment จะได้ไม่นานไม่เปลืองพลังงานและเวลามากมาย
“จะได้รู้ว่า จริงๆ แล้ว ขยะในใจ เรา มีมากน้อยแค่ไหนไง”
จัดระเบียบหัวใจ แล้วจิตใจจะได้สวยงาม ไม่รกเกินไป จะได้ปลอดโปร่ง โล่ง สบ๊าย สบาย ใจ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)




